วันนี้เนไปเที่ยวราชบุรีกับนครปฐมมาค่ะ  ได้ของอะไรๆมาเพียบเลย พร้อมกับพุงตัวเองที่หลามออกมาอย่างเห็นได้ชัด  เพราะมันเป็นทัวร์กินข้ามจังหวัด  กร๊าซซซ

 

จริงๆอยากจะเอารูปมาให้ดูกันด้วยว่าซื้ออะไรมาบ้าง แต่กล้องเนดันเสีย เลยไม่ได้ถ่ายมาให้ได้เชยชมกัน  = ="  เอาเป็นว่าเนจะเล่าอย่างเดียว แล้วไปนึกภาพตามเอานะคะ แหะๆ ส่วนรูปที่ลงก็เอามาจากในเน็ตเนี่ยแล

 

ตอนเช้าเนกับเพื่อนๆอีก4คนนัดกันที่บ้านเพื่อนคนนึงตอน8โมงครึ่ง แล้วก็พากันขับรถออกจากกรุงเทพกันเลย โดยที่แต่ละคนไม่ได้โซ้ยข้าวเช้ากันมา จะมีก็แค่รองท้องกันนิดๆหน่อย กะว่าจะไปกวาดของกินที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวกซึ่งเป็นสถานที่เป้าหมายแรกของพวกเรา 

 

ระหว่างทางเนกับเพื่อนๆน้องๆในรถก็เม้าท์กันไปตลอดทางอย่างเมามันส์ กะจะผลาญพลังงานให้ท้องกิ่วกันสุดๆก่อน จะได้ใส่ของกินลงท้องได้เยอะๆ แล้วพอมาถึงตลาดน้ำ พวกเนก็จัดการเช่าเรือล่องคลองกับ200บาท/ลำ (ขอต่อราคาคนไทย^^) แล้วก็พากันล่องไปตามคลองที่วันนี้นักท่องเที่ยวมากันเยอะสุดกู่ ชนิดเรือติดกันเป็นทางยาวแทบจะไม่มีทางให้ไป แต่เพราะฝีมือคนพายเก่ง (อ๊ะ อย่าเข้าใจผิดไป ไม่ใช่พวกเนพายเองหรอกฮะ) ก็เลยเล็ดรอดออกไปสู่คลองรอบนอกได้สำเร็จ

 เอาภาพของคนอื่นไปดูเล่นๆก่อนละกัน ตลาดน้ำกับเรือติดเต็มคลอง

 ตลาดน้ำกับเรือติดยาวตลอดแนวคลอง

 

ตอนที่ล่องเรือเนี่ย พี่คนพายก็บอกว่า ถ้าอยากให้แวะตรงไหนก็บอกได้ จะซื้ออะไรก็ให้บอก เค้าจะจอดเรือให้เราซื้อของกัน 

 

ของทุกอย่างที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวกขายในเรือพายจะเป็นของราคา20บาทหมดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นของอะไร (ส่วนมากเป็นของกิน) ไม่มีของอะไรที่ขายเกิน20บาทเลยสักอย่าง นั่นก็เพราะว่าแม่ค้าขี้เกียจทอนตังค์ระหว่างพายเรือ (ไม่ทันเวลาหากินเค้าว่างั้นเหอะ) แต่ก่อนมาที่ตลาดน้ำ เพื่อนเนก็เตือนไว้แล้วว่าต้องเตรียมแบงค์ย่อยไว้เยอะๆ จะได้ซื้อของกินทัน ในกระเป๋าเนก็เลยมีแบงค์ยี่สิบเต็มเลย

 

พอพี่เค้าพายไปได้สักพัก รุ่นน้องของเนที่เตรียมจ้องจะซื้อขนมปากหม้อมากตั้งแต่อยู่กรุงเทพ ก็บอกพี่เค้าให้ขอแวะซื้อก่อน แล้วด้วยความเร็วในการควักตังค์กับคว้าของกินปานเทพ พวกเราก็ได้ขนมปากหม้อมา3กล่อง แล้วก็นั่งกินกันหงุบหงับบนเรืออย่างสบายอารมณ์พร้อมกับชมวิวสองข้างทาง  พอกินหมด เรือขายข้าวเกรียบก็ผ่านมาพอดี รุ่นน้องเนก็ซื้อมาแบ่งกัน ถุงนึงมี5แผ่นพอดีคน แล้วก็ต่อกันด้วยน้ำมะพร้าวอีกคนละลูก

 

ฟังแล้วรู้สึกอิ่มนิดๆแล้วล่ะสิ ^ ^  ยัง... ยังหรอกค่ะ มันยังไม่หมด  มาตลาดน้ำทั้งที่ จะพลาดก๋วยเตี๋ยวเรือได้ยังไงใช่มะ พวกเนก็เลยขึ้นจากเรือแล้วก็มานั่งจ้วงก๋วยเตี๋ยวเรือกันต่ออีกคนละ2ชาม มีแค่เนที่ขอแค่ชามเดียว เพราะชักเห็นรำไรว่าทัวร์คราวนี้มันจะเป็นทัวร์กินนรกขึ้นมารำไร (เห็นท่าทางของน้องๆทั้งหลาย = =") เลยกะว่าจะไปจ้วงของกินอย่างอื่นต่อแทน ก๋วยเตี๋ยวเรือก็อร่อยสมกับที่มากินถึงที่

 ก๋วยเตี๋ยวเรือ

ก๋วยเตี๋ยวเรือ ของแท้ขายในเรือเท่านั้น!!!

 

 

พอกินเสร็จ ทุกคนก็อิ่มอืดกันได้ที่แล้ว ก็เลยมาเดินย่อยกันต่อตรงริมคลอง มองหาของฝากกัน 

อยากบอกว่าที่นี่เค้ามีขายพวกสมุนไพรผงๆ อย่างพวก อบเชย ขมิ้น ผงแกง ผงมะพร้าว บลาๆๆๆ เป็นห่อๆขายด้วยค่ะ แล้วก็ติดป้ายภาษาอังกฤษให้นักท่องเที่ยวรู้ว่ามันคืออะไรซะหรู  เนเห็นแล้วนึกถึงท่านแม่ขึ้นมา ก็เลยซื้อขมิ้นผงในถุงขนาดกลางมาห่อนึง ถุงนึงก็หนักเกือบ2ขีดได้มั้ง กะว่าถ้ากลับมาบ้านคงได้เอามาพอกหน้าพอกตัวให้เนียนกันทั้งแม่ทั้งลูกบ้างล่ะคราวนี้ > <  

 

แต่ที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ก็คือ คนขายเค้าจะพูดเชิญลูกค้าเป็นภาษาอังกฤษกันหมดทุกคนเลยค่ะ ไม่ว่าลูกค้าจะหน้าตาแบบไหน เค้าก็เดาไว้ก่อนว่าเป็นคนต่างชาติ แล้วกลุ่มของเนแต่ละคนก็หน้าตาออกแนวญี่ปุ่นไม่ก็จีนเด๊ะกันหมดเลย เค้าก็นึกว่าเป็นต่างชาติก็เลยพูดอังกฤษใส่ใหญ่เลย พอเนพูดภาษาไทยไป เค้าก็อ้าว คนไทยหรอกหรอ นึกว่าคนญี่ปุ่นคนจีนซะอีก ฮ่วย.... หน้าตาลูกอาหมวยมันก็เป็นอย่างงี้แหล่ะเพ่!! = ="   แต่เอาฟร้า ยังไงเราก็ได้ของที่ต้องการกันล่ะ

 

แล้วหลังจากนั้น พวกเราก็พากันไปหาของกินกันต่อ (ยังกินกันไม่สะใจอี๊ก) พวกเนก็เลยได้กล้วยแขกมา1ถุง (เป็นสูตรที่ทอดกับใบเตยด้วย อร่อยมาก~ > <) กล้วยไข่1หวี ขนมเบื้อง แล้วก็ขนมครก1ถาด ครบสูตรกินข้าว แล้วต่อด้วยของหวานล้างปากเลย แต่ที่พูดๆมาอีเนไม่ได้เป็นคนซื้อ แต่ดันขอแจมกินด้วยหมดทุกอย่างเลย (ฮา) แอบเลวมากมาย จะมีจ่ายตังค์เองก็แค่ขนมของฝากน้องสามห่อแค่นั้น กั่กๆๆๆ

 

 

หลังจากจบทริปทัวร์ตลาดน้ำ เนและเพื่อนกับน้องๆก็พากันไปต่อเที่ยวต่อที่ถ้ำเขาบิน ถ้ำที่เขาโม้ไว้ว่าเป็นถ้ำที่สวยที่สุดในประเทศไทย = = แต่เอาเถ๊อะ  ยอมๆเค้าไป มันก็สวยอยู่ใช้ได้ล่ะนะ หินงอกหินย้อยก็อลังการดี เสียดายที่เนดันพึ่งมานึกได้ว่าเคยมาเที่ยวแล้วเมื่อตอนสมัยม.ต้น เมื่อนานนม คราวนี้ก็เลยกลายมาเป็นการเที่ยวระลึกความหลังซะงั้น (กรุณาอย่าถามว่าตอนนี้เนอายุเท่าไหร่  ไม่ขอบอกละกัน เพราะมันก็..... - - )

 

 ข้างในถ้ำเขาบิน ที่เป็นเป็นสีๆ คือแสงไฟที่ติดอยู่ในถ้ำค่ะ

ข้างในถ้ำเขาบินค่ะ ที่เห็นเป็นสีๆ คือแสงไฟที่เค้าติดไว้ให้ดูสวยๆเฉยๆ

 หินงอกรูปนกบินอันลือชื่อ

 หินงอกหินย้อยรูปนกบินอันลือชื่อ ที่เป็นที่มาของชื่อถ้ำเขาบิน มีไฟแบบนี้ก็สวยดีเนอะ

 

 

 ถ้ำเขาบินที่ว่านี้เป็นถ้ำปิดค่ะ ซึ่งก็คือถ้ำที่มีทางเข้าแค่ทางเดียว อากาศข้างในก็เลยร้อนถึง30องศา เรียกว่าใครอยากอบซาวน่า ก็แค่เดินเข้าถ้ำนี้แล้วออกมาก็มีสภาพพอๆกันเลย เพียงแค่เสียค่าเข้าแค่คนละ20บาทเท่านั้นเอง แถมมีไกด์นำทางเข้าไปให้ด้วย

 

ตอนที่เนไปถึงที่ถ้ำเนี่ย พอดีกับที่ว่ามีนักเรียนมาทัศนะศึกษากันอยู่พอดี แล้วคนดูแลพื้นที่ก็มาบอกว่าให้รอพวกนักเรียนขึ้นมาก่อน ไม่งั้นในถ้ำจะมีอากาศหายใจไม่พอ พวกเนก็เลยไปนั่งโจ้ไอติมกันคนละแท่งฆ่าเวลา แต่จริงๆอยากบอกว่าระหว่างทางในรถก็นั่งกินกล้วยแขก กล้วยไข่ กับขนมครกที่ซื้อมากันไปแล้ว แบบว่าท้องมารกันมากๆ -*-

 พอได้เวลาเด็กๆเค้าขึ้นมาจากถ้ำ พวกเราก็เดินเรียงกันลงไปตามถ้ำอย่างไม่รอช้า  โอววว มันร้อนจริงๆด้วย!!!  แล้วพี่ไกด์ก็นำพวกเราและกลุ่มอื่นที่มาเที่ยวไปตามห้องต่างๆในถ้ำจนครบ7ห้อง ซึ่งห้องสุดท้ายเนี่ยมันลึกจากปากถ้ำลงมา6เมตร (เดินแบบไม่รู้ว่ามันลึกเล๊ยจริงๆ) แล้วอากาศก็ร้อนสุดกู่ จนพวกเนทนไม่ไหว ต้องขอชิ่งเดินออกมาก่อนโดยไม่รอพี่ไกด์ โชคดีที่ว่าในถ้ำเค้าทำทางเดินกับป้ายบอกไว้ให้นักท่องเที่ยวเดินตาม จะได้ไม่หลงทางอยู่ในถ้ำ  แต่มันก็น่ากลัวอ่ะ - -lll เดินในถ้ำเงียบๆกับแค่5คน แถมแสงไฟก็ดันดูน่ากลัวมากกว่าจะสวยซะงั้น ก็เลยรีบพากันจ้ำออกมาแบบไม่กลัวเป็นลมคาถ้ำกันทีเดียว  แต่ในที่สุดก็ถึงปากถ้ำซะที  วู้~  อากาศบริสุทธิ์จ๋า ข้างนอกช่างเหมือนเปิดแอร์เลยจริงจริ๊ง~

 

แต่เพราะความร้อนทำให้เสียเหงื่อไปเหมือนน้ำตก พวกเนก็เลยออกมาโจ้ไอติมอีกคนละแท่งเช่นเดิม (เหมือนวงจรอุบาตท์เล๊ย) พร้อมกับเผื่อแผ่น้องหมาแถวนั้นที่รีบวิ่งมากระโดดคาบไอติมที่โยนให้อย่างเอาเป็นเอาตาย (ขอย้ำว่ากระโดดงับจริงๆ) 

 

ตอนนั้นที่เนออกจากถ้ำก็เป็นเวลาประมาณเกือบ2โมงนิดๆละ จากตอนแรกหมายกำหนดการที่วางกันเอาไว้ค่อ เที่ยวตลาดน้ำ แล้วก้มาเที่ยวถ้ำ จากนั้นก็กลับถึงกรุงเทพไม่เกิน5โมง  แต่ปรากฏว่า เที่ยวกันเร็วไปหน่อย เวลาเลยเหลือ ทุกคนเลยตัดสินใจว่าจะไปเที่ยวกันต่อ แต่ที่ไหนดีล่ะ?

 

ดูแผนที่กับไป ดูกันมา สุดท้าย มติเอกฉันท์ สรุปว่าจะไปนครปฐมกันต่อ เพราะอยู่ไม่ไกล แถมเป็นทางผ่านกลับกรุงเทพได้ด้วย แล้วก็เผื่อจะไปไหว้ที่วัดพระปฐมเจดีย์กัน  ว่าแล้วก็ไม่รอช้า รีบขึ้นรถ  ปล่อยให้สารถีผู้ชำนาญทางขับพาเพื่อนกับน้องๆไปเที่ยวกันต่อ 

 

พอถึงนครปฐมปุ๊บ แล้วก็พึ่งจะได้รู้ว่า พระปฐมเจดีย์อยู่ระหว่างการซ่อมบำรุงครั้งใหญ่  โครงเหล็กงี้เต็มไปทั้งองค์เจดีย์ พวกเราก็เลยสรุปกันว่า งั้นไม่ไหว้พระละกัน เปลี่ยนไปเที่ยวตลาดหาของกินกันต่อ ดูม๊านนน  ตกลงกันเสร็จพวกเราก็ไปจอดรถกันในวัด แล้วเดินข้ามถนนไปซื้อของกินมากกินกันต่อ รวมเบ็ดเสร็จได้แก่ ข้าวหลาม กระยาสารท(อันนี้ซื้อกลับบ้านกัน) โตเกียว ข้าวเหนียวไก่ย่าง และไส้กรอกอีสาน แล้วก็กลับมากินหงุบหงับกันต่อในวัด  ออกแนวมารศาสนานิดๆ ประมาณว่ามาใช้ที่วัด จอดรถที่วัด แต่ดันไม่ขึ้นไปทำบุญไหว้พระสักติ๊ด กร๊าซซซ 

 

เสร็จมื้อนี้ทุกคนก็อืดกันได้ที่ ข้าวยงข้าวเย็นไม่ต้องกินมันละ ไม่ไหวฮ่ะ จะท้องแตกตายแล้วววววว = =" 

 

หลังจากนั้นพวกเนก็ขับรถกลับกรุงเทพกันอย่างสวัสดิภาพ พร้อมกับพุงที่ยื่นออกมาเพิ่มอีกหลายนิ้ว โดยที่ยังหาทีท่าว่าจะลดลงไม่ =[]="  

 

ทัวร์อิ่มอืดก็จบเพียงแค่นี้แหล่ะค่า  ขอเตือนว่าอย่าเอาไปลองทำดูเชียว เพราะมันนรกมาก!!!!

 

 

ปล. รูปที่เพื่อนถ่ายไว้ เนอาจจะเอามาลงให้ดูกันทีหลังตอนที่ได้ไฟล์จากเค้ามาละกันนะคะ  แล้วเดี๋ยวก็ไปเดากันเองว่าใครเป็นใคร หุหุ > <

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เล่าได้ละเอียดซะจนแค่อ่านก็รู้สึกอิ่มอืดไปด้วยแล้ว แต่ว่าก็น่าอิจฉาแฮะ Enjoy Eating สุดๆ (สงสัยนิดๆว่าคงจะมีหลุมดำอยู่ในกระเพาะของเน)เป็นทัวร์ที่น่าสนุก+ทรมานท้องดีจริงๆ

ป้าขายก๋วยเตี๋ยวเรือที่อยู่ในรูปนะ รู้สึกจะเป็นเจ้าเดียวกันกับที่เราเคยไปกินเลยแฮะ แต่ว่าตอนที่เราไปไม่มีเก้าอี้ให้นั่ง มีแค่เสื่อผืนเล็กๆแล้วก็นั่งห้อยขาลงมา (ได้แต่เดินลัดเลาะหาของกินตามริมทางเดิน เพราะไม่มีเวลา น่าอิจฉาคนที่ได้ลงเรือจริงๆ)

อ้อแล้วก็เรื่องตลาดนครปฐมนะ เสียดายตรงที่เนไม่ได้ซื้อขนมตาลติดมือกลับบ้าน เห็นว่าเป็นของขึ้นชื่อของที่นั่นเชียวนา

#1 By safara on 2008-10-11 21:10

อยากไปเที่ยวบ้างจังเลยครับ

#2 By Junior on 2008-10-13 21:10

อ่านแล้วอืดตาม.....รู้สึกจะทานตลอดเวลาเลยน้า อยากกินมั่งจัง
me/แบมือขอของฝากท่านเน (ผัวะ!!โดนท่านเนซัดเข้าให้...)

#3 By monnie (125.24.36.199) on 2008-10-15 07:57

บู่... ของฝากหมดไปถึงไหนแล้ววว ท่านมนนี่ - -
ขอช้าไปนิ๊ดเดียวเอ๊ง

#4 By Nenuphar on 2008-10-15 15:22