รักนิรันดร์
posted on 03 Oct 2008 13:24 by nenupharวันนี้เอาเรื่องสั้นที่ตัวเองแต่งเองมาให้ช่วยกันเม้นท์ให้หน่อยค่ะ ค่อนข้างจะออกแนวดาร์กอยู่สักหน่อยเพราะแต่งตอนช่วงสอบ แถมยังเป็นอารมณ์แบบเฟลสุดกู่อีกต่างหาก = ="
ยังไงก็ขอฝากเรื่องสั้นของเนด้วยนะคะ ^ ^
----------------------------------------------------
† รักนิรันดร์ †
...ความตายไม่ใช่การลาจาก ถึงแม้ในคราแรกนั้นช่างยากจะทำใจ ความเศร้าทั้งหลายที่เกิดขึ้นมีไว้เพื่อชะโลมจิตใจให้เข้มแข็ง และรอคอยวันเวลาที่จะได้พบกันใหม่อีกครั้งหนึ่ง....
เสียงออแกนบรรเลงเพลงงานศพดังหวีดหวิวราวกับจะกรีดเฉือนดวงใจของผู้ที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักให้ฉีกขาดเป็นริ้ว ความโศกเศร้าเหลือแสนเกาะกุมบรรยากาศภายในโบสถ์หินอ่อนให้มืดมน ผู้คนมากมายในอาภรณ์สีดำสนิทต่างมารวมกันอยู่ ณ ที่นี้เพื่อไว้อาลัยแก่ชายหนุ่มผู้ล่วงลับ
โลงศพสีดำสนิทวางราบอยู่บนโครงไม้เนื้อแข็งหน้าแท่นบูชา พวงดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์วางรายล้อม ถึงแม้ดอกไม้จะสวยสดใสเพียงใด ก็ไม่อาจขับไล่ความหม่นหมองออกไปได้เลยแม้แต่น้อย
ร่างของชายหนุ่มซึ่งนอนนิ่งอยู่ภายในโลงที่ไม่ได้ปิดฝานั้นสวมชุดสูทสีดำตัวโปรดซึ่งเขาคงจะได้ใส่เป็นครั้งสุดท้าย ผมสีน้ำตาลมะฮอกกานีแผ่สยายอยู่บนหมอนที่วางหนุนศีรษะ ดวงตาปิดสนิท และริมฝีปากอมยิ้มน้อยๆนั้นอาจจะทำให้ใครหลายคนเผลอนึกว่าชายหนุ่มเพียงแค่หลับใหลเพียงชั่วคราวเท่านั้น และอาจจะลืมตาสีฟ้าสดใสขึ้นมาเมียงมองผู้คนรอบกายขึ้นเมื่อใดก็ได้ แต่ความจริงก็ยังคือความจริง ร่างที่ไร้วิญญาณแล้ว คงไม่อาจจะฟื้นคืนขึ้นมาได้อีกครั้ง สัมผัสของเนื้อหนังที่เย็บเฉียบยามจับต้องได้บอกเล่าความเป็นไปของชายหนุ่มแก่ผู้ที่เดินเข้ามาร่ำลาเขาเป็นครั้งสุดท้ายได้เป็นอย่างดี
กลิ่นอายความเศร้ายังคงอบอวลอยู่ในอากาศ ก่อนจะหยุดลงอย่างฉับพลันเมื่อ เงาเพรียวบางของหญิงสาวในชุดดำผู้หนึ่งทาบทาขึ้นที่หน้าประตูโบสถ์
ใบหน้าหวานโศกของหญิงสาวถูกซ่อนอยู่ภายใต้เงาหมวกผ้าไหมสีดำติดผ้าระบายสีเดียวกัน มือข้างหนึ่งของเธอกุมดอกกุหลาบขาวแรกแย้มดอกหนึ่ง
สองเท้าเรียวบางก้าวเดินเข้ามาตามทางเดินกลางภายในโบสถ์อย่างเงียบงัน ไร้ซึ่งสำเนียงใดๆ หากแต่เสียงหัวใจของผู้ที่นั่งอยู่ภายในโบสถ์แห่งนี้กลับดูจะเต้นเร่าสะท้อนก้องรับความเงียบงันนี้ซะเอง
หญิงสาวเดินตรงไปทางโลงศพของชายหนุ่มอย่างช้าๆ ผ่านแถวที่นั่งไปแถวแล้วแถวเล่าอย่างไม่สนใจผู้ใด ดวงตาแห้งผากติดจะแดงช้ำอย่างคนที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักมองตรงไปยังโลงศพของชายหนุ่มแต่เพียงอย่างเดียว โดยไม่สนใจไยดีกับเสียงซุบซิบนินทาที่เริ่มดังขึ้นเบาๆรอบกาย
...นั่นมันเอลิซาเบธ คู่หมั้นของไมเคิลนี่นา เธอมาทำอะไรที่นี่?...
....ได้ยินมาว่าไมเคิลทะเลาะกับคู่หมั้นก่อนจะประสบอุบัติเหตุนี่ใช่ไหม ผู้หญิงคนนั้นคือคู่หมั้นคนที่ว่าของไมเคิลหรือ?...
....ลิซซี่ นังมารร้าย! หล่อนเป็นต้นเหตุให้พี่ต้องตาย! คนอย่างยัยนี่ไม่มีสิทธิมาเสนอหน้าอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ!!...
...น่าสงสารผู้หญิงคนนั้นชะมัด ต้องมาเสียคู่หมั้นไปก่อนจะได้แต่งงานอีกแค่ไม่กี่เดือนแบบนี้ ช่างน่าเศร้าจริงๆ....
...ใช่ๆ เธอรู้ไหม เห็นเขาว่ากันว่า ก่อนที่สองคนจะทะเลาะกัน สองคนนี้เค้ารักกันมากเลยนะ ไม่เข้าใจว่าจะทะเลาะกันเรื่องไร้สาระทำไม...
...ต๊ายตาย จริงหรอเธอ! ยัยผู้หญิงคนนี้นี่ร้ายจริงๆเลยเนอะ เป็นตัวก่อเรื่องแบบนี้ คงไม่มีใครเห็นใจหรอกจริงไหม...
สายตาทั้งจงเกลียดจงชัง เห็นใจ กระหายใคร่รู้และสนใจยังคงสาดซัดมาที่หญิงสาวราวกับจะมองให้ทะลุร่างของเธอไป แต่ก็ไม่มีผู้ใดที่กล้าจะลุกขึ้นมากล่าวอะไรกับเธอสักคำ แม้แต่จะเชิญมาร่วมนั่งในพิธีก็ไม่มี แต่ใช่ว่าเอลิซาเบธจะสนใจสิ่งเหล่านั้นไม่ หญิงสาวปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบกายผ่านเลยไป วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เธอจะได้เห็นหน้าตาของชายหนุ่มผู้ที่เธอรักอย่างสุดหัวใจ และได้จับต้องร่างกายที่ยังหลงเหลืออยู่ของเขาเป็นครั้งสุดท้าย...
เอลิซาเบธวางดอกกุหลาบไว้บนมือที่วางประสานกันอยู่บนหน้าอกของไมเคิลอย่างแผ่วเบา มือเรียวลูบไล้ใบหน้าของเขาอย่างอ่อนโยน
“Adieu คงจะไม่ใช่คำพูดที่ฉันจะบอกคุณในตอนนี้ เพราะเวลานั้นยังมาไม่ถึงหรอกค่ะ”
เธอก้มลงไปกระซิบที่ข้างหูของชายหนุ่ม
“A bientôt ครั้งนี้คุณไม่จำเป็นต้องรอนานแน่นอนค่ะที่รัก” ก่อนจะจุมพิตที่ริมฝีปากเย็นชืดราวกับจะย้ำคำสัญญา
เอลิซาเบธหันเดินกลับไปตามทางที่เธอเดินเข้ามา ดวงหน้าหวานเชิดขึ้นอย่างทะนง มองตรงไปยังเบื้องหน้า ไม่แม้แต่จะเหลียวมองสบตาผู้ใด สองมือเรียวกุมกระเป๋าถือสีดำใบเล็กแน่นเข้าราวกับเป็นสิ่งสำคัญ
ร่างบางก้าวลับหายออกจากโบสถ์ไปอย่างเงียบงันเฉกเช่นยามเดินเข้ามา ปล่อยให้ผู้คนที่เหลือภายในโบสถ์ลอบถอนหายใจกันอย่างโล่งอกที่ไม่มีเรื่องร้ายแรงอันใดเกิดขึ้น
แต่ทว่า...
...ความสงบมักอยู่ได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น...
เสียงปืนลั่นขึ้นหนึ่งนัดดังก้องกังวานสะท้อนสะเทือนไปในความเงียบวังเวงของลานกว้างด้านหน้าโบสถ์ ก่อนที่ความตื่นกลัวจะสั่นไหวไปทั่วทั้งบริเวณ
สิ่งที่หลงเหลืออยู่นั้น มีเพียงรอยเลือดนองอาบต้นหญ้าสีเขียวและพื้นดินให้กลายเป็นสีแดงก่ำ ร่างไร้วิญญาณของเอลิซาเบธนอนแน่นิ่งอยู่ภายใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่
กระเป๋าถือใบเล็กเปิดอ้าค้างว่างเปล่า สิ่งที่อยู่เคยในนั้นขณะนี้กลับมานอนนิ่งอยู่ในอุ้งมือบาง ...ปืนพกสั้นสีเงินที่มีคราบเลือดกระเด็นเปรอะเปื้อน...
ดวงหน้าหวานไร้ซึ่งร่องรอยแห่งชีวิต บัดนี้ประดับไปด้วยรอยยิ้มบาง ...สมใจหวัง...
...ฉันจะไปพบคุณแล้วค่ะ ไมเคิลที่รัก...
+++++++++++++ Fin ++++++++++++
Aieu = ลาก่อน (คงไม่ได้พบกันอีกแล้ว)
A bientôt = แล้วพบกัน (เร็วๆนี้)

#1 By monnie (125.24.88.61) on 2008-10-07 20:34